The store will not work correctly in the case when cookies are disabled.
Seamaster
Ploprof 1200M
Co‑Axial Master Chronometer 55 x 48 mm
227.90.55.21.04.001
การเลือกของคุณ
Seamaster
Ploprof 1200M Co‑Axial Master Chronometer 55 x 48 mm
ไทเทเนียม บน ไทเทเนียม
finale price
จำนวน:qty
:
คำอธิบาย
เที่ยงตรงแม้อยู่ใต้ผืนน้ำลึก 4000 ฟุต นาฬิกา Ploprof มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในฐานะนาฬิกาที่นักดำไว้วางใจมากที่สุดของ OMEGA
ในขณะที่ยังคงรูปลักษณ์ดั้งเดิมที่แข็งแกร่งและโดดเด่นไว้ เรือนเวลารุ่นใหม่นี้ได้รับการพัฒนาด้วย OMEGA Co-Axial Master Chronometer Calibre 8912 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสุดล้ำที่โด่งดังในด้านคุณสมบัติการต้านทานแม่เหล็ก ประสิทธิภาพด้านโครโนเมตริก และความเที่ยงตรง
ตัวเรือนอันเป็นเอกลักษณ์ประกอบด้วยขอบตัวเรือนเซรามิกสีอีเลคทริคบลู พร้อมตัวเลข สัญลักษณ์สามเหลี่ยม และสเกลบรรจุ Super-LumiNova เพื่อให้สามารถอ่านเวลาได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น ไทเทเนียมเกรด 5 ถูกนำมาใช้ผลิตตัวเรือนและหัวสายนาฬิกาเพื่อมอบความเบาสบาย ขณะที่หน้าปัดสีขาวเคลือบแลคเกอร์ก็ได้รับการประดับด้วยเข็มนาฬิกาสีส้มอะลูมินัมและสีน้ำเงินเคลือบเงา
สไตล์อันสดใสของนาฬิการุ่นนี้ชวนให้นึกถึงสีสันอันน่าหลงใหลของมหาสมุทร และสายนาฬิกาถัก "Sharkproof" ที่ทำจากไทเทเนียมเกรด 2 ขัดเงาซึ่งยกระดับการออกแบบเพื่อการสำรวจและการผจญภัยให้สูงไปอีกขั้น นาฬิกาจะมาพร้อมกล่องแบบพิเศษและสายนาฬิกายางสีอีเลคทริคบลู
อ่านเพิ่มเติม
ปิด
รับประกัน 5 ปี
นาฬิกา OMEGA ทุกเรือนส่งมอบพร้อมการรับประกัน 5 ปีเต็ม ซึ่งครอบคลุมข้อบกพร่องที่เกิดจากผลิตภัณฑ์หรือข้อบกพร่องจากการผลิต โปรดดูคู่มือการใช้งานสำหรับข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับเงื่อนไขและข้อจำกัดในการรับประกัน
ตัวเรือน
- น้ำหนักรวมของผลิตภัณฑ์ (โดยประมาณ):
172 g
- ความหนา:
18.3 มม.
- ตัวเรือน:
ไทเทเนียม
- ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตัวเรือน:
55 x 48 มม.
- คุณสมบัติการกันน้ำ:
120 บาร์ (1200 ม. / 4000 ฟุต)
หน้าปัดและกระจกคริสตัล
- สีของหน้าปัด:
สีขาว
- คริสตัล:
กระจกแซฟไฟร์ทรงแบนทนทานต่อรอยขีดข่วนพร้อมเคลือบกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน
สายนาฬิกา
- วัสดุ:
ไทเทเนียม
- ประเภทหัวสาย:
หัวสายแบบพับ
- วัสดุของหัวสาย:
ไทเทเนียม
วัสดุหลัก
-
1 / 4
ไทเทเนียมเกรด 2
ไทเทเนียมอัลลอยด์มีน้ำหนักเบา ทนทานต่อการสึกกร่อน ไม่ทำปฏิกิริยาทางชีวเคมี และสามารถทนทานต่ออุณหภูมิสุดขั้ว คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้มันเหมาะกับการผลิตในอุตสาหกรรมอากาศยาน ยานอวกาศ และการแพทย์ มันคือส่วนผสมอย่างลงตัวระหว่างความแข็งแรง ความทนต่อการสึกกร่อนและการใช้งานได้จริง ไทเทเนียมเกรด 2 ให้สีเทาทึบเหมาะกับการขัดแต่งแบบ “ขัดด้าน” มันมักถูกนำมาใช้กับนาฬิกาของ OMEGA หลายรุ่นทั้งแบบที่ใช้ในโลกแห่งกีฬาและสำรวจอวกาศซึ่งไม่ประสงค์แสงสะท้อน
-
2 / 4
ไทเทเนียมเกรด 5
ไทเทเนียมอัลลอยด์มีน้ำหนักเบา ทนทานต่อการสึกกร่อน ไม่ทำปฏิกิริยาทางชีวเคมี และสามารถทนทานต่ออุณหภูมิสุดขั้ว คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้มันเหมาะกับการผลิตในอุตสาหกรรมอากาศยาน ยานอวกาศ และการแพทย์ มันคือส่วนผสมอย่างลงตัวระหว่างความแข็งแรง ความทนต่อการสึกกร่อนและการใช้งานได้จริง ไทเทเนียมเกรด 5 ให้สีเทาสว่างคล้ายกับสแตนเลสสตีล เหมาะกับการขัดแต่งทั้งแบบ “ขัดด้าน” และ “ขัดเงา”
-
3 / 4
เซรามิก
OMEGA มีความเชี่ยวชาญชนิดหาตัวจับได้ยากในการนำเซรามิกมาใช้กับการผลิตนาฬิกาด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมามากกว่า 10 ปี เซรามิกมีต้นกำเนิดมาจากคำภาษากรีก "เครามอส" สารอนินทรีย์อโลหะที่ได้จากการเผาที่อุณหภูมิสูง ซึ่งช่วยให้สามารถผลิตชิ้นส่วนนาฬิกาที่มีความหนาแน่นอย่างแท้จริงพร้อมทั้งมีคุณสมบัติทางกลที่ยอดเยี่ยม เซรามิกเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมสำหรับลูกค้าเมื่อเลือกนาฬิกา เนื่องจากมีหลายโทนสีที่น่าหลงไหลและยังมีคุณสมบัติเฉพาะ เช่น น้ำหนักที่เบากว่าสเตนเลสสตีลถึง 2 เท่า ทนทานต่อการใช้งาน ทนต่อการขีดข่วนได้สูง มีความเฉื่อยทางเคมี ไม่ทำปฏิกิริยาทางเคมี เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังไม่ถูกเหนี่ยวนำโดยสนามแม่เหล็ก
-
4 / 4
คริสตัลแซฟไฟร์
แบรนด์ OMEGA ใช้คริสตัลแซฟไฟร์สังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติทนทานต่อรอยขีดข่วนสูง และเคลือบสารกันสะท้อน เพื่อให้สามารถรับชมความงามในทุกอณูของนาฬิกาได้อย่างเต็มอรรถรส ก่อนที่จะเข้ากระบวนการตัดแต่งให้ได้รูปทรงตามที่ต้องการ คริสตัลแซฟไฟร์จะต้องถูกผลิตภายใต้กระบวนการ Verneuil หรือกระบวนการหลอมเหลวโดยเปลวไฟ ซึ่งต้องใช้ไฟออกซีไฮโดรเจนหลอมเหลววัตถุดิบและต้องรอให้ตกผลึกทีละหยดจนเกิดเป็นกระบอกของแซฟไฟร์ โดยมีคะแนนสเกลความแข็งของโมส์ระดับ 9 (จากค่าความแข็ง 1-10) ทำให้กระจกแซฟไฟร์ที่ได้นั้นสามารถป้องกันรอยขีดข่วนและมีความแข็งแรงมาก มอบการมองเห็นได้อย่างชัดเจนตลอดเวลา
ไทเทเนียมเกรด 2
ไทเทเนียมอัลลอยด์มีน้ำหนักเบา ทนทานต่อการสึกกร่อน ไม่ทำปฏิกิริยาทางชีวเคมี และสามารถทนทานต่ออุณหภูมิสุดขั้ว คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้มันเหมาะกับการผลิตในอุตสาหกรรมอากาศยาน ยานอวกาศ และการแพทย์ มันคือส่วนผสมอย่างลงตัวระหว่างความแข็งแรง ความทนต่อการสึกกร่อนและการใช้งานได้จริง ไทเทเนียมเกรด 2 ให้สีเทาทึบเหมาะกับการขัดแต่งแบบ “ขัดด้าน” มันมักถูกนำมาใช้กับนาฬิกาของ OMEGA หลายรุ่นทั้งแบบที่ใช้ในโลกแห่งกีฬาและสำรวจอวกาศซึ่งไม่ประสงค์แสงสะท้อน
ไทเทเนียมเกรด 5
ไทเทเนียมอัลลอยด์มีน้ำหนักเบา ทนทานต่อการสึกกร่อน ไม่ทำปฏิกิริยาทางชีวเคมี และสามารถทนทานต่ออุณหภูมิสุดขั้ว คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้มันเหมาะกับการผลิตในอุตสาหกรรมอากาศยาน ยานอวกาศ และการแพทย์ มันคือส่วนผสมอย่างลงตัวระหว่างความแข็งแรง ความทนต่อการสึกกร่อนและการใช้งานได้จริง ไทเทเนียมเกรด 5 ให้สีเทาสว่างคล้ายกับสแตนเลสสตีล เหมาะกับการขัดแต่งทั้งแบบ “ขัดด้าน” และ “ขัดเงา”
เซรามิก
OMEGA มีความเชี่ยวชาญชนิดหาตัวจับได้ยากในการนำเซรามิกมาใช้กับการผลิตนาฬิกาด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมามากกว่า 10 ปี เซรามิกมีต้นกำเนิดมาจากคำภาษากรีก "เครามอส" สารอนินทรีย์อโลหะที่ได้จากการเผาที่อุณหภูมิสูง ซึ่งช่วยให้สามารถผลิตชิ้นส่วนนาฬิกาที่มีความหนาแน่นอย่างแท้จริงพร้อมทั้งมีคุณสมบัติทางกลที่ยอดเยี่ยม เซรามิกเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมสำหรับลูกค้าเมื่อเลือกนาฬิกา เนื่องจากมีหลายโทนสีที่น่าหลงไหลและยังมีคุณสมบัติเฉพาะ เช่น น้ำหนักที่เบากว่าสเตนเลสสตีลถึง 2 เท่า ทนทานต่อการใช้งาน ทนต่อการขีดข่วนได้สูง มีความเฉื่อยทางเคมี ไม่ทำปฏิกิริยาทางเคมี เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังไม่ถูกเหนี่ยวนำโดยสนามแม่เหล็ก
คริสตัลแซฟไฟร์
แบรนด์ OMEGA ใช้คริสตัลแซฟไฟร์สังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติทนทานต่อรอยขีดข่วนสูง และเคลือบสารกันสะท้อน เพื่อให้สามารถรับชมความงามในทุกอณูของนาฬิกาได้อย่างเต็มอรรถรส ก่อนที่จะเข้ากระบวนการตัดแต่งให้ได้รูปทรงตามที่ต้องการ คริสตัลแซฟไฟร์จะต้องถูกผลิตภายใต้กระบวนการ Verneuil หรือกระบวนการหลอมเหลวโดยเปลวไฟ ซึ่งต้องใช้ไฟออกซีไฮโดรเจนหลอมเหลววัตถุดิบและต้องรอให้ตกผลึกทีละหยดจนเกิดเป็นกระบอกของแซฟไฟร์ โดยมีคะแนนสเกลความแข็งของโมส์ระดับ 9 (จากค่าความแข็ง 1-10) ทำให้กระจกแซฟไฟร์ที่ได้นั้นสามารถป้องกันรอยขีดข่วนและมีความแข็งแรงมาก มอบการมองเห็นได้อย่างชัดเจนตลอดเวลา
ข้อดี
ของนาฬิกาเรือนนี้
ข้อดี
ของนาฬิกาเรือนนี้
เบื้องหลังความสง่างามของเรือนเวลาระดับ Master Chronometer ทุกเรือนคือการทดสอบด้วยมาตรฐานสูงสุด: ด้วยการทดสอบ 8 ประเภทตลอด 10 วัน เพื่อให้มั่นใจถึงความเที่ยงตรงที่มากกว่าและคุณสมบัติต้านทานอำนาจแม่เหล็ก เราได้ยกระดับมาตรฐานของเรา คุณเองก็ทำได้เช่นกัน
ผ่านการรับรองระดับ Master Chronometer
ความเที่ยงตรงที่เหนือชั้น
มีความเที่ยงตรงเป็นสองเท่าของมาตรฐานระดับโครโนมิเตอร์อื่นๆ ทั้งหมด
นาฬิกา Master Chronometer ของเราผ่านการทดสอบและผ่านการรับรองถึงสองประเภท ประเภทแรก กลไกของนาฬิกาจะได้รับการทดสอบจากสถาบัน Official Swiss Chronometer Control (COSC) โดยมีเกณฑ์ความเที่ยงตรงที่ -4/+6 วินาทีต่อวัน จากนั้นทั้งเรือนและกลไกของนาฬิกา จะต้องผ่านการทดสอบระดับ Master Chronometer ในแปดประเภท ซึ่งกำหนดโดยสถาบันมาตรวิทยาแห่งสหพันธ์สวิส (METAS) โดยมีเกณฑ์ 0/+5 วินาทีต่อวัน
ค้นพบเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Master Chronometer
ผ่านการรับรองระดับ Master Chronometer
ป้องกันแม่เหล็ก
กรรมสิทธิ์เหนือวัสดุที่ทนต่อแม่เหล็ก
ของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น โทรศัพท์มือถือ หัวล็อคบนกระเป๋าถือ แล็ปท็อป การทำ MRI เตาแม่เหล็กไฟฟ้า หรือประตูอัตโนมัติ อาจสร้างสนามแม่เหล็กจนส่งผลกระทบต่อนาฬิกาและสมรรถนะได้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการคลาดเคลื่อนถาวรที่อาจสูงถึงหลายนาทีต่อวัน เราจึงได้คิดค้นกลไกติดตั้งด้วยวัสดุที่ต้านทานสารแม่เหล็ก เช่น บาลานซ์สปริงซิลิโคน ซึ่งสามารถทนต่อสนามแม่เหล็กความเข้มสูงสุดได้
ค้นพบเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Master Chronometer
ผ่านการรับรองระดับ Master Chronometer
กันน้ำ
เพื่อให้มั่นใจว่านาฬิกาของเราจะยังสามารถไม่เสื่อมสลายแม้อยู่ในทะเลลึก นาฬิกาจะถูกทดสอบใต้น้ำด้วยแรงดันสูงที่ถึงเกณฑ์ที่เรารับประกันคุณสมบัติการกันน้ำ ซึ่งเป็นการทดสอบกับนาฬิกาทุกเรือนไม่ใช้แค่บางเรือนเท่านั้น และเช่นเคย ในการทดสอบคุณสมบัติการกันน้ำของนาฬิกาแต่ละเรือน เราได้เลือกที่จะดำเนินการทดสอบเกินกว่ามาตรฐานการทดสอบทั่วไป
ค้นพบเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Master Chronometer
ความทนทาน
นาฬิกาของเราได้รับการออกแบบด้วยมาตรฐานและการรับรองระดับสูงสุด นาฬิกาแต่ละเรือนที่ถูกกำหนดให้เป็นมาตรฐาน Master Chronometer จะต้องผ่านการทดสอบที่เข้มงวดทั้ง 8 ประเภทก่อน การทดสอบที่เราทำก็เพื่อแสดงถึงความเที่ยงตรง คุณสมบัติต้านทานสารแม่เหล็ก การสำรองพลังงาน และคุณสมบัติการกันน้ำ ทำให้เราสามารถรับประกันนาฬิกาที่ผ่านการรับรองได้อย่างครอบคลุมถึง 5 ปีเต็ม
การซ่อมบำรุงที่น้อยลง
ขยายระยะเวลาให้บริการ
Master Chronometer แต่ละเรือนมาพร้อมกับระบบปล่อยจักร Co-Axial ที่คิดค้นขึ้นเพื่อลดข้อจำกัดเชิงกลภายในกลไกของนาฬิกา ซึ่งช่วยลดความจำเป็นในการใช้สารหล่อลื่นและการต้องการการบำรุงรักษาให้น้อ ลงอย่างมาก กลไกทั้งหมดของนาฬิกาจำเป็นต้องได้รับการบำรุงรักษาเป็นครั้งคราว แต่ OMEGA Master Chronometer จะเพิ่มระยะเวลาการใช้งานก่อนที่จะต้องเข้ารับการบำรุงรักษาที่ยาวนานกว่าน ฬิกาแบรนด์อื่นๆ
ต้านทานแรงกระแทก
นาฬิกาจะถูกนำมาทดสอบการทนทานต่อแรงกระแทกที่มีค่าเทียบเท่า 5,000 g (1 g เท่ากับแรงโน้มถ่วงที่พื้นผิวโลก) เพื่อให้มั่นใจว่ากลไกที่ซับซ้อนของเรานั้นมีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษเช่นกัน ไม่ใช่แค่สำหรับใช้งานในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกีฬาที่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น กอล์ฟและแล่นเรือใบ
-
ผ่านการรับรองระดับ Master Chronometer
ความเที่ยงตรงที่เหนือชั้น
มีความเที่ยงตรงเป็นสองเท่าของมาตรฐานระดับโครโนมิเตอร์อื่นๆ ทั้งหมด
นาฬิกา Master Chronometer ของเราผ่านการทดสอบและผ่านการรับรองถึงสองประเภท ประเภทแรก กลไกของนาฬิกาจะได้รับการทดสอบจากสถาบัน Official Swiss Chronometer Control (COSC) โดยมีเกณฑ์ความเที่ยงตรงที่ 0/+5 วินาทีต่อวัน จากนั้นทั้งเรือนและกลไกของนาฬิกา จะต้องผ่านการทดสอบระดับ Master Chronometer ในแปดประเภท ซึ่งกำหนดโดยสถาบันมาตรวิทยาแห่งสหพันธ์สวิส (METAS) โดยมีเกณฑ์ %3/%4 วินาทีต่อวัน
ค้นพบเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Master Chronometer
-
ผ่านการรับรองระดับ Master Chronometer
ป้องกันแม่เหล็ก
กรรมสิทธิ์เหนือวัสดุที่ทนต่อแม่เหล็ก
ของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น โทรศัพท์มือถือ หัวล็อคบนกระเป๋าถือ แล็ปท็อป การทำ MRI เตาแม่เหล็กไฟฟ้า หรือประตูอัตโนมัติ อาจสร้างสนามแม่เหล็กจนส่งผลกระทบต่อนาฬิกาและสมรรถนะได้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการคลาดเคลื่อนถาวรที่อาจสูงถึงหลายนาทีต่อวัน เราจึงได้คิดค้นกลไกติดตั้งด้วยวัสดุที่ต้านทานสารแม่เหล็ก เช่น บาลานซ์สปริงซิลิโคน ซึ่งสามารถทนต่อสนามแม่เหล็กความเข้มสูงสุดได้
ค้นพบเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Master Chronometer
-
ผ่านการรับรองระดับ Master Chronometer
กันน้ำ
เพื่อให้มั่นใจว่านาฬิกาของเราจะยังสามารถไม่เสื่อมสลายแม้อยู่ในทะเลลึก นาฬิกาจะถูกทดสอบใต้น้ำด้วยแรงดันสูงที่ถึงเกณฑ์ที่เรารับประกันคุณสมบัติการกันน้ำ ซึ่งเป็นการทดสอบกับนาฬิกาทุกเรือนไม่ใช้แค่บางเรือนเท่านั้น และเช่นเคย ในการทดสอบคุณสมบัติการกันน้ำของนาฬิกาแต่ละเรือน เราได้เลือกที่จะดำเนินการทดสอบเกินกว่ามาตรฐานการทดสอบทั่วไป
ค้นพบเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Master Chronometer
-
ความทนทาน
นาฬิกาของเราได้รับการออกแบบด้วยมาตรฐานและการรับรองระดับสูงสุด นาฬิกาแต่ละเรือนที่ถูกกำหนดให้เป็นมาตรฐาน Master Chronometer จะต้องผ่านการทดสอบที่เข้มงวดทั้ง 8 ประเภทก่อน การทดสอบที่เราทำก็เพื่อแสดงถึงความเที่ยงตรง คุณสมบัติต้านทานสารแม่เหล็ก การสำรองพลังงาน และคุณสมบัติการกันน้ำ ทำให้เราสามารถรับประกันนาฬิกาที่ผ่านการรับรองได้อย่างครอบคลุมถึง 5 ปีเต็ม
-
การซ่อมบำรุงที่น้อยลง
ขยายระยะเวลาให้บริการ
Master Chronometer แต่ละเรือนมาพร้อมกับระบบปล่อยจักร Co-Axial ที่คิดค้นขึ้นเพื่อลดข้อจำกัดเชิงกลภายในกลไกของนาฬิกา ซึ่งช่วยลดความจำเป็นในการใช้สารหล่อลื่นและการต้องการการบำรุงรักษาให้น้อ ลงอย่างมาก กลไกทั้งหมดของนาฬิกาจำเป็นต้องได้รับการบำรุงรักษาเป็นครั้งคราว แต่ OMEGA Master Chronometer จะเพิ่มระยะเวลาการใช้งานก่อนที่จะต้องเข้ารับการบำรุงรักษาที่ยาวนานกว่าน ฬิกาแบรนด์อื่นๆ
-
ต้านทานแรงกระแทก
นาฬิกาจะถูกนำมาทดสอบการทนทานต่อแรงกระแทกที่มีค่าเทียบเท่า 5,000 g (1 g เท่ากับแรงโน้มถ่วงที่พื้นผิวโลก) เพื่อให้มั่นใจว่ากลไกที่ซับซ้อนของเรานั้นมีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษเช่นกัน ไม่ใช่แค่สำหรับใช้งานในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกีฬาที่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น กอล์ฟและแล่นเรือใบ
กลไก
OMEGA
คาลิเบอร์ 8912
ระบบขึ้นลานอัตโนมัติพร้อมระบบปล่อยจักร Co-Axial กลไก Master Chronometer ที่ได้รับการรับรองจาก METAS สามารถต้านทานสนามแม่เหล็กได้ถึง 15,000 เกาส์ สปริงบาลานซ์แบบอิสระพร้อมบาลานซ์สปริงซิลิคอน สองบาร์เรลติดตั้งเรียงกัน พร้อมกลไกขึ้นลานอัตโนมัติทั้งสองทิศทาง ฟังก์ชั่นบอกเขตเวลา การตกแต่งที่หรูหราเป็นพิเศษด้วยลายคลื่น Geneva แบบอาหรับ
-
พลังงานสำรอง 60 ชั่วโมง
-
ระบบขึ้นลานอัตโนมัติ
-
ความถี่ 3.5 Hz
Product view from different angles
รูปแบบต่างๆ
of
Ploprof 1200M
Co‑Axial Master Chronometer 55 x 48 mm
-
ไทเทเนียม บน ไทเทเนียม
Co‑Axial Master Chronometer 55 x 48 mm
-
ไทเทเนียม บน ไทเทเนียม
Co‑Axial Master Chronometer 55 x 48 mm
-
ไทเทเนียม บน ไทเทเนียม
Co‑Axial Master Chronometer 55 x 48 mm